การขนส่งทางเรือ ระบบขนส่งยอดนิยม

dba-co_transport

การขนส่งทางเรือ เป็นระบบการส่งที่ใช้เรือล่องไปตามทะเลเพื่อรับของจากที่หนึ่งไปยังจุดหมายปลายทางอีกที่หนึ่ง การขนส่งทางเรือนี้มีมานานตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน สามารถขนสินค้าได้ครั้งละมาก ๆ และมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการขนส่งรูปแบบอื่นจึงเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ถือได้ว่าเป็นการขนส่งที่มีอิทธิพลต่อการแข่งขันในตลาดโลกเลยทีเดียว
การขนส่งทางเรือปัจจุบันนั้นใช้ระบบตู้คอนเทนเนอร์มาช่วย เพราะทำให้บรรจุสินค้าได้มากและปลอดภัยมั่นคงแข็งแรง สินค้าที่จะฝากส่งนั้นต้องนำมาบรรจุที่ตู้คอนเทนเนอร์จากนั้นจึงย้ายไปไว้บนเรือที่จะขนส่งอีกครั้ง ซึ่งเรือที่ใช้สำหรับบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งสินค้านี้จะถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการบรรทุกและขนส่งโดยเฉพาะ โดยแยกประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งสินค้าดังนี้

– ดรายคาร์โก้ (Dry cargoes) หรือที่เรียกว่าตู้แห้ง เป็นตู้บรรทุกสินค้าปกติทั่วไป ไม่ใช่สินค้าที่เสียหายง่าย ไม่ต้องรักษาอุณหภูมิใด ๆ ทำเพียงล็อคไม่ให้สินค้าเลื่อนไปมาโดยการมัดหรือนำบอลลูนแบ็คมาวางอัด หรือปิดกั้นไม้ที่ผนังหน้าตู้

– รีฟริจเจอเรเทอร์คาร์โก้ (Refrigerator Cargoes) หรือที่เรียกว่าตู้เย็น เป็นตู้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิเพื่อขนส่งของที่ต้องอยู่ในความเย็นตลอด ซึ่งความเย็นภายในจะปรับได้ต่ำสุดถึง -18 องศาเซลเซียส

– การ์เม้นท์คอนเทนเนอร์ (Garment Container) เป็นตู้ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าประเภทเสื้อผ้าที่ต้องแขวนบนราว ไม่ต้องการพับเพราะจะทำให้ยับเป็นรอย ส่วนมากจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีราคาแพง

– โอเพ่นท็อป (Open Top) เป็นตู้เปิดด้านบนที่ไม่มีหลังคา ใช้สำหรับจนส่งสินค้าที่มีขนาดใหญ่มากไม่สามารถบรรจุใส่ตู้คอนเทนเนอร์แบบปิดได้

– แฟลทแร็ก (Flat-rack) เป็นพื้นราบขนาดเดียวกับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อใช้ขนส่งสินค้าที่มีลักษณะพิเศษที่มีขนาดใหญ่ เช่น แท่งหิน ประติมากรรมขนาดใหญ่ เป็นต้น

เรือสำหรับขนส่งสินค้า

เรือที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้านั้น ในแต่ละลำจะมีเครนเป็นที่ยกตู้วางอยู่ตามความลึกของเรือ ซึ่งเรือขนส่งสินค้านี้จะมีความยาวเฉลี่ยประมาณ 320×330 เมตร กินน้ำลึกลงไปราว 13-14 เมตร สามารถวางตู้คอนเทนเนอร์ได้ 20-22 แถว และเนื่องจากการขนส่งทางเรือเป็นการขนส่งที่นิยมไปทั่วโลกทำให้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างมาก กำลังมีการพัฒนาเทคโนโลยีและความใหญ่ของเรือให้เพิ่มขึ้นเพื่อสามารถขนส่งสินค้าได้คราวละมากขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะมีเรือขนาดใหญ่ที่สามารถขนส่งสินค้าได้มากเพิ่มขึ้นอีกราว 1-2 เท่าตัว ซึ่งหากทำสำเร็จจะทำให้ต้นทุนรวมในการขนส่งสินค้าก็จะลดลงตามไปด้วย เป็นผลดีกับทางบริษัทเดินเรือและลูกค้าผู้ใช้บริการ