ระบบขนส่ง Ninja Van ดีอย่างไร

Ninja Van เป็นอีกหนึ่งบริการขนส่งหน้าใหม่ไฟแรงในขณะนี้ เป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กับ Kerry Express หรือ Lalamove ด้วยเครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการส่งของไปยังประเทศแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีบริการขนส่งเจ้าไหนจะทำได้เท่ากับ Ninja ทำให้บริการของพวกเขาสะดวกกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ที่สามารถส่งสินค้าให้กับลูกค้าในต่างประเทศได้สะดวก ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า ทำให้มีกำไรเหลือเพิ่มขึ้น แถมยังมีการรองรับเรียกเงินปลายทางได้ทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกหลายอย่างที่ทำให้บริษัทนี้ได้เปรียบเหนือคู่แข่งในประเทศไทย

มีบริการจัดส่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จุดแข็งของ Ninja Van คือการรับส่งสินค้าระหว่างประเทศในแถบ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 6 ประเทศ ได้แก่

1.ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)

2.มาเลเซีย (Malaysia)

3.ประเทศไทย (Thailand)

4.ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines)

5.ประเทศเวียดนาม (Vietnam)

6.ประเทศฮ่องกง (Singapore)

บริการเป็นมิตรกับผู้ประกอบการ

Ninja Van มีรูปแบบในการจ่ายเงินหลากหลาย ด้วยการสร้างบัญชีตามความเหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ถ้าเป็นแค่ร้านค้าเล็กๆ หรือผู้ส่งพัสดุทั่วไปสามารถเลือกจ่ายแบบปกติ ส่วนร้านค้าที่ต้องส่งสินค้าที่ละเยอะๆ สามารถเลือกใช้บัญชีจากด้านล่างนี้

1.บริการจ่ายเป็นครั้ง (Lite) สำหรับผู้ประกอบการหรือคนทั่วไป ที่ต้องการส่งพัสดุเป็นครั้งคราว เหมาะกับผู้ที่ส่งไม่เกิน 250 ชิ้นต่อเดือน เลือกได้ว่าจะให้รับพัสดุที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน หรือบ้านพัก สามารถส่งสินค้าได้แค่ภายในประเทศเท่านั้น และมีประกันให้ขั้นพื้นฐาน พร้อมระบบการสร้างออเดอร์ที่เรียบง่าย จ่ายค่าจัดส่งตามจำนวนครั้งที่เรียกใช้

2.บริการจัดส่งแบบจ่ายรายเดือน (Pro) เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก รองรับการส่งสินค้ามากกว่า 250 ชิ้นต่อเดือน ส่งสินค้าได้ทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ มีรายงานการจัดส่งอย่างละเอียด เลือกชนิดประกันได้ว่าจะเอาวงเงินเท่าไหร่ สามารถเลือกได้ว่า รับพัสดุที่ไหน เวลาใด กี่ครั้งก็ได้ตามที่ผู้ส่งต้องการ ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของพัสดุได้สะดวก ด้วยระบบติดตามความแม่นยำสูง

ธุรกิจหน้าร้าน Ninja Point

Ninja Van เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจเดียวกัน ช่วยสร้างรายได้จากการเปิดหน้าร้าน “Ninja Point” เพื่อเป็นศูนย์รับส่งพัสดุ โดยผู้ที่ร่วมโครงการจะได้รับค่าตอบแทนจากพัสดุที่เข้ามาในร้านของคุณทุกชิ้น! สำหรับลูกค้าทั่วไป สามารถเข้ามาใช้บริการ ฝากส่งพัสดุ หรือ รับพัสดุ ได้จาก Ninja Point ทุกสาขาที่อยู่ใกล้บ้าน เป็นอีกตัวเลือกที่สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคอย่างมาก ปัจจุบันนี้ยังมีให้บริการเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีแผนจะขยายสาขาไปทั่วประเทศในเร็วๆ นี้